ชมรมคนรักกุมารทอง # กุมารทอง.คอม's Archiver

sith กระทู้เมื่อ 3/2/2010 20:11

ตำนาน นางตะเคียน ( ผมสนใจอยู่ )

นางตะเคียน เป็นผี ตามตำนานพื้นบ้านของไทย เป็นผีผู้หญิง สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียน

บริเวณ ผืนป่าที่ผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่จะสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนมาปัดกวาดอยู่เสมอๆ ก็คงเหมือนกับคนอยู่บ้านต้องออกมาปัดกวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดอยู่ตลอด เวลานั่นเอง

นางตะเคียนมักมีรูปร่างหน้าตาสะสวย หมดจดงดงาม ผมยาว ห่มสไบ ใส่ผ้าถุง บางที่ก็ว่าแต่งตัวเหมือนสาวบ้านป่าทั่วๆ ไป ผีนางตะเคียนมักจะเป็นจำพวกหวงที่อยู่ และจะดุร้ายมากหากใครคิดจะรุกรานที่อยู่ของตน

เนื่องจากต้นตะเคียน มีผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ การจะนำเอาต้นตะเคียนมาขุดเป็นเรือ (เรือสมัยก่อนใช้วิธีขุดขึ้นจากต้นไม้ทั้งต้น) หรือนำไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จำเป็นจะต้องทำพิธีบวงสรวงขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนที่ถูกนำมาแปรสภาพเป็นยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างแล้ว นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ เป็นต้น


ตำนานนางตะเคียน
            คนไทยมีความเชื่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้วว่า ต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาวนานปี มักจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่ทุกต้น

            รุกขเทวดาที่ประจำอยู่ตามต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ บางองค์มีฤทธิ์อำนาจสูง สามารถบันดาลความสุขความสำเร็จมาสู่ผู้คนที่กราบไหว้บูชาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถนำความหายนะต่างๆมาสู่ผู้คนที่โค่นล้มทำลายจนถึง ตายได้เช่นกัน ดังเช่นเหตุการณ์อาถรรพณ์ในหลายครั้งที่เราท่านเคยได้ยินได้ฟังมา

            จิตวิญญาณอาถรรพณ์ที่ผสมผสานออกมาในรูปของความศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่เคารพนับถือกันอย่างจริงจังนี่เอง ทำให้เกิดขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดจนพิธีกรรมหลายอย่างที่มักจะมีความเกี่ยว ข้องกับต้นไม้

หรือใช้ต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบหลัก สำหรับจัดทำพิธีการสำคัญต่างๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีความเชื่อว่า หาทางราชการต้องการต้นไม้สูงใหญ่ไปใช้ในพิธีการ
หรือใช้สร้างสถานที่สำคัญต่างๆ นั้น จะต้องเข้าป่าเพื่อค้นหาไม้ใหญ่ที่มีขนาดและลักษณะมงคลตามตำรา เมื่อพบเจอไม้ที่ถูกคุณลักษณะแล้ว ต้องทำการอ่านประกาศดำเนินกระแสพระบรมราชโองการ ณ. ที่นั่น
ประกอบด้วยอาหารคาวหวานเป็นเครื่องบัตรพลีสังเวยเพื่อบอกกล่าวของอนุญาตแก่
รุกขเทวดาที่สิงสถิตอยู่ ก่อนที่จะทำการตัดโค่นนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป การยึดถือปฏิบัติต่อๆ กันมาเช่นนี้ เป็นการบ่งชั้ได้ว่าความเชื่อในเรื่องราวของรุกขเทวดาประจำต้นไม้ใหญ่นั้น นับเป็นสิ่งที่คนไทยเราให้ความสำคัญเสมอมา แม้ในปัจจุบันก็ยังมีความเชื่อเช่นนี้อยู่ หากจะกล่าวถึงสิ่งก่อสร้างที่ทำมาจากไม้ใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และมีอาถรรพณ์ในบ้านเมืองเรานั้นมีอยู่ มากมายนัก ที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็เห็นจะเป็นเสาหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประจำบ้านเมืองที่มีอยู่ทั่วทุกจังหวัดในไทย หรือ เสาพระเมรุ
ซึ่งจะมีให้เห็นก็แต่ในพิธีถวายพระเพลิงในราชวงศ์ รวมทั้งเสาชิงช้าที่ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงการนำเอาความเชื่อในเรื่องของจิตวิญญาณและความ ศักดิ์สิทธิ์ของรุกขเทวดาประจำต้นไม้เช้าไปเชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อกันตลอดมาว่า ความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพณ์แห่งต้นไม้ใหญ่นั้นนับว่ามีอยู่มากมาย โดยเฉพาะ ต้นตะเคียน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดี มีขนาดลำต้นเสมอกันตรงตลอดจรดปลาย ซึ่งจัดว่าเป็นไม้หายากมีไม่มากนักในป่า ไม้ตะเคียนนั้น ถือว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีรุกขเทวดาสถิตอยู่ ซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้หญิง
แต่ภาษาชาวบ้านเรียกขานกันว่า นางตะเคียนทอง ด้วยสรรพคุณพิเศษของต้นตะเคียนดังกล่าวนี้เอง ในสมัยก่อนต้นตะเคียนจึงกลายเป็นไม้มงคล และในขณะเดียวกันก็มีความอาถรรพณ์แรงกล้า ดังปรากฎเป็นตำนานจากบันทึกในประวัติศาสตร์ยืนยันแน่ชัดว่ามีอยู่จริงๆหลาย เรื่อง เช่น
เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรือพระที่นั่งซึ่งใช้ไม้ตะเคียนขุดขึ้นมาทั้งลำและเก็บไว้ในคูน้ำที่แยกออก มาจากคลองรอบพระนคร ตั้งแต่เมื่อมีการนำเรือพระที่นั่งลำดังกล่าวเข้าไปจอดเก็บอยู่นั้น ก็มักมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาบ่อยครั้ง จนกระทั่งต่อมามีผู้คนเรียกขานชื่อคูน้ำแห่งนี้ว่า คูไม้ร้อง จนต้องยอมรับว่าอาถรรพณ์วิญญาณนางตะเคียน
ซึ่งสถิตอยุ่ในไม้ที่นำมาชุดเป็นเรือพระที่นั่งนั้นเฮี้ยนเอาเรื่องมากที เดียว
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้ผู้คนที่ได้รับฟังแล้วขนหัวลุกชันขึ้นมาทันตาเห็น ก็เป็นตำนานของ “เสาร้องไห้” ที่จังหวัดสระบุรี หรือที่เรียกกันติดปากจนกลายเป็นชื่ออำเภอ “เสาไห้” นั่นเอง ตามตำนานกล่าวว่า ครั้งหนึ่งได้มีเสาตะเคียนทองต้นหนึ่งจมอยู่ในแม่น้ำมานาน พออยู่มาก็เกิดแสดงอิทธิฤทธิ์ร้องไห้โหยหวน มาของเสาตะเคียนดังกล่าวนี้
มีมาตั้งแต่สมัยที่ทางราชการมีโองการให้ค้นหาไม้ตะเคียนมาเพื่อทำเสาชิงช้า ที่บริเวณวงเวียนเสาชิงช้ากรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ต้นตะเคียนดังกล่าวจึงถูกโค่นลงมา แต่ด้วยต้นตะเคียนดังกล่าวมีตรงส่วนปลายยอดคดเล็กน้อยจึงไม่ได้ลักษณะตามที่ ทางราชการต้องการ ไม้ตะเคียนต้นนี้จึงไม่ได้รับความสนใจดูแลเท่าที่ควร ในขณะที่นำตะเคียนต้นดังกล่าวนี้ล่องน้ำลงมาจากป่าเมืองเหนือนั่นเอง
เมื่อมาถึงบริเวณจังหวัดสระบุรี จึงถูกปล่อยให้หลุดจากเรือลากจูงและจมลง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องราวความเฮี้ยนของผีนางตะเคียนร้องไห้ ต่อมาจึงกลายเป็นชื่อเรียก
“อำเภอเสาไห้” ในปัจจุบัน ดังที่ได้กล่าวถึงเรื่องราวของต้นตะเคียนมาตั้งแต่ต้นนั้น ก็เพื่อชี้ให้เห็นตามความเชื่อที่ว่าไม้ตะเคียนนั้นถือว่าเป็นไม้ ศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพณ์แรงกล้า ซึ่งหลายท่านก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าผีนางตะเคียนนั้นมีความดุและเฮี้ยนมาก เพียงใด ถึงแม้ยุคนี้จะมีวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่เรื่องผีนางตะเคียนก็มักจะยังถูกเล่าขานกันอยู่ชนิดที่ว่าไม่มีวันหมด
โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีซากตอตะเคียน เรือไม้ตะเคียนโบราณที่ชาวบ้านขุดค้นพบ หรือมีต้นตะเคียนขึ้นอยู่ ดังเช่นเรื่องราวความอาถรรพณ์แห่งป่าตะเคียน หลังวัดแก้วตะเคียนทอง จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น เป็นที่โจษจันกันว่าวิญญาณนางตะเคียนที่นั่นเฮี้ยนทั้งป่า ทั้งยังมีเรื่องราวแปลกประหลาดรวมถึงอิทธิฤทธิ์ของผีนางตะเคียนในป่าแห่งนี้ มากมาย
แต่เรื่องหนึ่งที่ไม่มีวันจางหายไปจากที่นี่ก็คือคำบอกเล่าที่ว่าวันดีคืนดี มักจะมีชาวบ้านพบเห็นดวงไฟล่องลอยออกมาจากป่าตะเคียน แล้วดวงไฟดังกล่าวนั้นจะพุ่งติดตามผู้ที่พบเห็นไปตลอดจนถึงหน้าเรือนชานเลย ทีเดียว ผู้ที่เคยพบเห็นดวงไฟประหลาดนี้เล่าว่า ไม่ว่าจะพายเรือหนีวิ่งหนี ดวงไฟปริศนานั้นก็ยิ่งเร่งความเร็วไล่ตามไปอย่างไม่ลดละ หรือเรียกว่ายิ่งกลัวก็ยิ่งหลอกหลอนอะไรทำนองนั้น เป็นเรื่องประหลาดที่มีเกิดขึ้นมานานแล้ว และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีปรากฎอยู่ในบางโอกาส

ประวัติความเป็นมา ของวัดแก้วตะเคียนทองแห่งนี้มีความเก่าแก่พอสมควร นอกจากจะมีต้นตะเคียนอยู่มากมายเป็นพิเศษแล้ว ที่วัดนี้ยังมี “หลวงพ่อโต” ปางป่าเลไลยก์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือทุกคน ดังที่กล่าวมานั้น เป็นเรื่องความเชื่อที่คาบเกี่ยวกับความงมงายหรือไม่ ขอได้ใช้วิจารณญาณของบรรพบุรุษของเรานั้น ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเหลวไหลไปเสียทั้งหมด เพราะบางทีการเคารพต้นไม้ของพวกท่าน อาจจะมีกลอุบายอันแยบยลซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ หาไม่แล้วต้นไม้ที่พวกท่านเหล่านั้นกราบไหว้คงไม่ยืนยงอยู่ได้มาจนถึงทุก วันนี้ การที่ไม่มีใครกล้าโค่นตัดต้นไม้ใหญ่ เนื่องเพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับอาถรรพณ์เร้นลับ ทำให้เป็นผลดีต่อไม้ใหญ่เหล่านั้น เป็นส่วนหนึงที่ทำให้ต้นไม้ใหญ่หลายต้นสามารถยืนต้นสง่าแผ่กิ่งก้านสาขาอวด โฉมอยู่ได้มานานนับร้อยปี หาไม่แล้ว บางทีวันนี้เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นต้นไม้ใหญ่ดังที่ได้เห็นอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นได้

            ดังนั้น จึงต้องยอมรับว่าบรรพชนทั้งหลายเหล่านี้ เป็นบุคคลต้นแบบในการปลุกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ให้เห็นถึงคุณค่าของต้นไม้ใหญ่ รวมถึงผืนป่า ถึงแม้ว่ามุมมองจะแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัยก็ตาม....







ที่มา : หนังสือที่นี่มีตำนาน โดย : ปางบรรพ์

   เสาไห้หรือเสาร้องไห้ เป็นเสาตะเคียนทองขนาดใหญ่ซึ่งมีความยาว 13 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.75 เมตร ตั้งอยู่ที่ศาลเสาร้องไห้ ในวัดสูง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ห่างจากตัวจังหวัด 8 กิโลเมตร เสาไห้นี้เดิมจมอยู่ในแม่น้ำป่าสัก ใกล้กับที่ว่าการอำเภอนานถึง 176 ปีมาแล้ว ชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญจาเสานี้อยู่เสมอ ใน พ.ศ. 2501 นางตะเคียนมาเข้าฝันชาวบ้านคนหนึ่งให้น้ำขึ้นจากน้ำ จึงถูกอันเชิญขึ้นมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2501 แล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่ศาลหน้าพระอุโบสถวัดสูง พร้อมกับจัดงานฉลอง และจัดกันเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน เสาไห้นี้มีประวัติกล่าวไว้ 2 เรื่อง ดังนี้
    เรื่องที่หนึ่ง เมื่อประมารต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ในการสร้างกรุงเทพฯ ทางราชการต้องสร้างปราสาทและพระราชวังหลายแห่ง จึงมีประกาศไปตามหัวเมืองต่างๆให้เสาะหาเสาที่มีลักษณะลำต้นใหญ่ ตรงและสวยงาม ถูกต้องตามตำราเข้ามายังเมืองหลวงเพื่อคัดเลือกทำเสาเอก เจ้าเมืองสระบุรีทราบข่าว ก็ให้ชาวป่าและนายพรานช่วยกันหาจนพบไม้ตะเคียนทองที่มีลักษณะตามต้องการ แต่ต้นตะเคียนทองมีนางไม้สิงอยู่ ถ้าผู้ใดใช้มีดพร้าตัดต้นตะเคียน หรือแม้แต่ตัดกิ่งเพียงเล็กน้อยก็ตาม ผู้นั้นจะมีอันเจ็บป่วยจนถึงกับตายก็มี จึงไม่มีชาวบ้านหรือนายพรานคนใดแตะต้องต้นตะเคียนนั้นอีกเลย ต่อมา นายต๊ะชาวบ้านโคกสว่าง จ.สระบุรี ซึ่งเป็นผู้มีคาถาอาคมเก่งกล้า ได้ทราบข่าวเรื่องต้นตะเคียนก็เดินทางใสดู จากนั้น นายต๊ะก็ทำพิธีบวงสรวงอันเชิญนางตะเคียนออกมาพูดคุย เพื่อเป็นการขออนุญาตก่อนที่จะตัดต้นตะเคียน หลังจากที่นายต๊ะตกลงทำตามคำของของนางตะเคียนที่จะให้นายต๊ะเป็นคนพานางไป ส่งถึงเมืองหลวงกับมือเอง ต้นตะเคียนทองก็ถูกโค่นลงอย่างง่ายดาย พร้อมกับตัดกิ่งก้านที่ไม่ต้องการทิ้งไป จนเหลือแต่เสาต้นงาม เตรียมพร้อมที่ส่งไปเมืองหลวงทางน้ำ
    ขณะนั้นมีชาย 7 คนเกิดความอิจฉาริษยานายต๊ะ ที่สามารถโค่นต้นตะเคียนลงได้ และเห็นว่าหากเสาต้นนี้ได้เป็นเสาเอกของปราสาทหรือพระราชวังแห่งใดแห่งหนึ่ง ในเมืองหลวง นายต๊ะคงได้บำเหน็จรางวัล รวมทั่งความดีความชอบมากมาย จึงปรึกษากันที่จะแย่งเสาต้นนั้น เมื่อคิดแผนชั่วกันแล้ว ชายทั้ง 7 คนก็จัดแจงปลอมเป็นเถร ทำว่าเดินทางมาจากนครสวรรค์ แล้วเข้ามาตีสนิทกับนายต๊ะจนนายต๊ะตายใจ จากนั้นก็หลอกล่อนายต๊ะไปที่เปลี่ยว แล้วรุ่มทำร้ายนายต๊ะจนถึงแก่ความตาย จากนั้นก็นำศพไปยืนพิงกับต้นไม้ต้นหนึ่งกลางทุ่งนา ส่วนชายทั้ง 7 คนก็ถูกกรรมตามสนอง ด้วยการถูกฆ่าตายอีกตำบลหนึ่ง
    หลังจากที่นายต๊ะตายแล้ว ไม่มีผู้ใดมีคาถาอาคมพอที่จะเคลื่อนย้ายเสาตะเคียนทองต้นนั้นได้ ปล่อยให้แช่อยู่ในน้ำนั้น ส่วนนางตะเคียนทองเสียใจมากที่ไม่ได้เดินทางลงมาเป็นเสาเอกในเมืองหลวง จึงร้องไห้คร่ำครวญอยู๋ถึงสามวันสามคืน แล้วก็จมลงใต้ท้องน้ำในแม่น้ำป่าสักนั่นเอง ชาวบ้านจึงเรียกตำบลนี้ว่า “บ้านเสาร้องไห้” ต่อมาเรียกสั้นเข้าเป็น “บ้านเสาไห้”
    เรื่องเล่าที่สอง เล่ากันว่า ในการสร้างเมืองต้องมีเสาหลักเมืองเพื่อเป็นสิริมงตลแก่ประชาชนในเมือง ดังนั้น ทางราชการจึงสั่งให้คัดเลือกเสาที่งามและมีลักษณะดี ส่งไปเป็นเสาหลักเมืองที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่ามีเสาที่อยู่ในเกณฑ์ 2 ต้น คือ เสาตะเคียนจากแม่น้ำป่าสักและอีกต้นหนึ่งจากแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าเสาต้นไหนเดินทางถึงเมืองหลงวงก่อนก็จะได้เป็นเสาหลักเมือง เสาตะเคียนจากแม่น้ำป่าสักเดินทางไปถึงช้ากว่า ด้วยความเสียใจจึงลอยทวนลอยน้ำมาถึงตำบลเสาไห้ แล้วร้องไห้เสียใจก่อนที่จมลงสู่ท้องน้ำ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้เพียง 50 เมตร

    ผจงวาด กมลเสรีรัตน์.นิทานพื้นบ้านภาคกลาง. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์, 2543

sith กระทู้เมื่อ 3/2/2010 20:13

ผมก็อยากได้มาบูชาเช่นกัน {:4_163:}
จริงๆนะครับ ใครมีแนะนำผมด้วยนะ
เรื่องมันยาว แต่ผมเคยสัมพัสได้หลายครั้ง ผมเชื่อว่าเป็น เจ้าแม่ตะเคียนแน่ๆที่ดูแลผม
ใครมี ติดต่อผมด้วยเน้อครับ

saranwer กระทู้เมื่อ 3/2/2010 23:03

พี่สิท
ลองไปบูชาแม่นางสินีนาถสิครับ

รู้สึกจาอยู่วัดแถวนนทบุรีครับ

suphansa กระทู้เมื่อ 8/2/2010 17:12

ตอนนี้สุก็ไปรับแม่ตะเคียนมาอยู่ด้วยแล้วค่ะ

suphansa กระทู้เมื่อ 8/2/2010 17:13

แต่เป็นเรือแม่ตะเคียนนะค่ะ

NROLWC กระทู้เมื่อ 9/7/2010 23:37

ที่บ้านเพิ่งรับมา แม่สะใบเงินสะใบทอง เด๋วกลับกทม.รอบนี้จะเอารุปมาฝาก

boybandpimp กระทู้เมื่อ 9/7/2010 23:55

บูชาอยู่เหมือนกันครับ

ของผมแม่ตะเคียนเล่นน้ำ

(คุณตาให้รับต่อมาครับ)

cherryolive กระทู้เมื่อ 10/7/2010 00:25

เหอๆร่างทรงทักว่ามีองค์เจ้าแม่ตะเคียนด้วย ตอนกลางคืนจะสวยเป็นพิเศษ อิอิ พักหลังๆเหมือนคนบ้าเลยอ่ะ นอนตี 5 ทุกวันเลย ตอนนี้เริ่มผันตัวมาเป็นนกฮูกแร่ะ ไม่หลับไม่นอน
เวลาผ่านตามศาลเจ้าแม่ต่างๆนะ ขนหัวลุกพรึ่บทันใด เหมือนเค้ามาทักทายยังไงอย่างงั้น เมื่อวานไปขายของที่ตลาดนัด เลยแวะไปไหว้เจ้าแม่ 7 พระองคืขอให้ขายของดีดี ปรากฏว่าทุกครั้งที่คนมาซื้อของไปแค่ละครั้งขนหัวจะต้องตั้งทุกที เป็นอันเข้าใจว่าเค้าคงอยากให้เรารู้ว่าเค้าเป็นคนช่วยเรา พี่สาวเลยบอกว่าคราวหน้าก็ไปขอหวยจิ่ เอิ๊กๆๆๆ

koropee กระทู้เมื่อ 10/7/2010 19:15

ชอบจังค่ะ มีสาระดีไว้เอามาฝากอีกนะจ๊ะ
อ่านเพลินแถมได้ความรู้ สนุกดีค่ะ

pinepass กระทู้เมื่อ 10/7/2010 23:11

เฮ้อ  หนาวๆร้อนๆ

passwordman490 กระทู้เมื่อ 10/7/2010 23:56

อยากบูชาบ้าง แต่กัวนะครับ แหะๆ

aum_na01 กระทู้เมื่อ 17/9/2010 13:23

[color=Blue]นางตะเคียนทองสินีนาฎอยู่ที่วัดบางพูดนอกค่ะ องค์พกติดตัว ราคา 200 บาท และยังมีกุมารดำเทพฤทธิ์ให้เช่าอีกด้วย
ไปปเช่ามาแล้ว...ที่วัดบางพูดนอก จ.นนทบุรีอยู่ในซอยวัดฉัน(เซ็นเซอร์)้ ใครสนใจก็เชิญนะคะ ดีมากๆๆเลย[/color]

aum_na01 กระทู้เมื่อ 17/9/2010 13:23

[color=Red]ซอยวัดฉัน(เซ็นเซอร์)้ วัดบางพูดนอก[/color]

aum_na01 กระทู้เมื่อ 17/9/2010 13:24

วัดฉัน(เซ็นเซอร์)้ ในซอยนั้นเลย

yom กระทู้เมื่อ 17/9/2010 13:42

ทำไมต้องเซ็นเซอร์ครับ งง

sith กระทู้เมื่อ 17/9/2010 14:16

มันจะมีคำไม่ไพเราะอยู่ครับ แต่คำว่า

กอ สระ อู มันอ่านว่า GU มันไม่ผ่านเลยเอาไพเราะไว้ก่อน 555

hs7osi กระทู้เมื่อ 31/3/2011 17:21

{:3_50:}{:3_50:}{:3_53:}

หน้า: [1]

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.