ชมรมคนรักกุมารทอง # กุมารทอง.คอม's Archiver

phinyaphach0503 กระทู้เมื่อ 24/7/2011 22:23

การครองศีลของแม่ชีที่ปลงผมบวช

อยากทราบว่าแม่ชีที่ปลงผมบวช ถือศีลกี่ข้อหรือคะ ได้ยินมาว่าต้องถือศีล 311 ข้อ เลยหรือคะ รบกวนทุกๆๆท่านชี้แนะหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ กำลังสับสนระหว่าง ศีล 8 ข้อ หรือ 311 ข้อกันแน่น่ะค่ะ ไม่แน่ใจเลยนำมาถาม

drive กระทู้เมื่อ 24/7/2011 22:37

ตอบ
แม่ชี  8 ข้อ
เณร  10 ข้อ
พระสงฆ์   227 ข้อ
ภิกษุณี    311 ข้อ
แต่ภิกษุณี ไม่มีในไทย ที่เขาบวชกันจะเป็นแม่ชี ถือศีล 8

ball971 กระทู้เมื่อ 24/7/2011 22:49

[quote]ตอบ
แม่ชี  8 ข้อ
เณร  10 ข้อ
พระสงฆ์   227 ข้อ
ภิกษุณี    311 ข้ ...
[size=2][color=#999999]ต้นฉบับโพสโดย drive เมื่อ 24/7/2011 22:37[/color] [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=125057&ptid=7336][img]http://www.kumarnthong.com/images/common/back.gif[/img][/url][/size][/quote]


    เท่าที่รู้ก็เหมือนกับพี่เข้านะคับ

molly กระทู้เมื่อ 24/7/2011 23:18

[i=s] แก้ไขล่าสุด molly เมื่อ 24/7/2011 23:19 [/i]

เอ...เราว่าเราเคยเห็นในเว็บอยู่นะคะ ภิกษุณี
ไม่น่าจะใช่แม่ชีนะคะ เพราะว่าห่มจีวรสีเหลืองเหมือนพระเลย


[url]http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2007/08/Y5707220/Y5707220.html[/url] นี่อ่ะค่ะ
ภิกษุณีธัมมนันทา (รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)

phinyaphach0503 กระทู้เมื่อ 24/7/2011 23:25

ก้อว่าอยู่ถ้าครองศีล เยอะถึง 311 ข้อ คงน่าสงสารคุณแม่มากๆๆเลย เพราะที่ถามเรื่องศีลแม่ชี ก้อเพราะว่าคุณแม่บุญธรรมของแขท่านไปบวชชีอ่ะค่ะ

samurailee กระทู้เมื่อ 25/7/2011 00:21

อ่อ อย่างงี้นี่เอง {:204ee

yom กระทู้เมื่อ 25/7/2011 11:01

[i=s] แก้ไขล่าสุด yom เมื่อ 25/7/2011 11:03 [/i]

ประวัติการขอบวชภิกาูณี ที่มา[url]http://hisoherb.igetweb.com/index.php?mo=3&art=602007[/url]  ถือศีล 311  ข้อถูกแล้วครับ และต้องถือครุธรรม ๘  และไประเทศไทย บวชไม่ได้ต้องไปบวชต่างประเทศ
01-พระมหาปชาบดีโคตรมีเถรี
    เอตทัคคะในฝ่ายผู้รัตตัญญู

    พระมหาปชาบดีเถรี เป็นราชธิดาของพระเจ้าสุปปพุทธะ แห่งพระนครเทวทหะ เป็น
    พระกนิษฐภคินีของพระนางสิริมหามายา (พุทธมารดา) พระประยูรญาตถวายพระนามว่า
    “โคตมี”

    เป็นทั้งพระน้านางและพระมารดาเลี้ยง
    พระนางสิริมหามายาทรงอภิเษกเป็นพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะศากยราช
    แห่งพระนครกบิลพัสดุ์ ต่อมาพระบรมโพธิสัตว์จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต ทรงถือปฏิสนธิใน
    พระครรภ์ของพระนางสิริมหามายราชเทวี พอประสูติพระราชโอรส คือเจ้าชายสิทธัตถะได้เพียง
    ๗ วัน พระนางสิริมหามายาราชเทวี ก็สวรรคตไปบังเกิดเป็นเทพบุตรสวรรค์ชั้นดุสิต
    พระเจ้าสุทโธทนะ ทรงมอบให้การเลี้ยงดูเจ้าชายสิทธัตถะแก่พระนางมหาปชาบดีโคตรมี ผู้ศักดิ์
    เป็นพระมาตุจฉา (พระน้านาง) ซึ่งต่อมาได้สถาปนาพระนางไว้ในตำแหน่งพระอัครมเหสี และ
    ได้ประสูติพระราชโอรสนามว่า “นันทกุมาร” และพระราชธิดานามว่า “รูปนันทา”
    ครั้นเมื่อพระบรมโพธิสัตว์เสด็จออกผนวชได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว เสด็จไป
    โปรดพระประยูรญาติ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในพระนคร และทรงแสดง
    ธรรมกถาโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา ในระหว่างถนน ให้ดำรงอยู่ในอริยภูมิชั้นพระ
    โสดาบัน ครั้นวันที่ ๒ เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในถนน ให้ดำรงอยู่ในอริยภูมิชั้นพระโสดาบัน ครั้น
    วันที่ ๒ เสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์ ทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดา
    และพระน้านางยังพระบิดาให้ดำรงอยู่ในพระสกทาคามี ยังพระน้านางให้บรรลุพระโสดาปัตติ
    ผล และในวันรุ่งขึ้น ทรงแสดงมหาปาลชาดกโปรดพระเจ้าสุทโธทนะ พอจบลง พระพุทธบิดา
    ทรงบรรลุเป็นพระอริยบุคคลชั้นพระอนาคามี

    ขอบวชแต่ผิดหวัง
    ในวันที่ ๔ แห่งการเสด็จโปรดพระประยูรญาติ พระพุทธองค์เสด็จไปในพิธี
    อาวาหมงคลอภิเษกสมรส นันทกุมารพระอนุชาต่างพระมารดา กับพระนางชนปทกัลยาณี เมื่อ
    เสร็จพิธีอาวาหมงคล พระพุทธองค์ได้นำนัทกุมาร ไปบวชในวันนั้น ครั้นถึงวันที่ ๗ แห่งการ
    เสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ ได้ทรงพาราหุลกุมารออกบรรพชาเป็นสามเณรอีก จึงยังความเศร้าโศกให้
    บังเกิดแก่พระเจ้าสุทโธทนะยิ่งนักเพราะเกรงว่าจะขาดรัชทายาทสืบสันติวงศ์
    ครั้นกาลต่อมา พระเจ้าสุทโธทนะได้บรรลุพระอรหัตผลแล้วเข้าสู่ปรินิพพาน เมื่อการ
    ถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จสิ้นลงแล้ว พระนางมหาปชาบดีโคตรมีรู้สึกว้าเหว่พระทัย มีพระ
    ประสงค์จะทรงผนวชในพระพุทธศาสนาจึงเสด็จไปเฝ้าพระบรมศาสดาที่นิโครธาราม กราบทูล
    ขออุปสมบท แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาตให้สตรีบวชในพระพุทธศาสนา พระนางกราบทูล
    อ้อนวอนถึง ๓ ครั้ง ก็ไม่เป็นผล รู้สึกผิดหวังเศร้าโศกโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง จึงกราบทูลลาเสด็จ
    กลับพระราชนิเวศน์
    พระบรมศาสดาประทับ ณ นิโครธาราม กรุงกบิลพัสดุ์ โดยสมควรแก่พระอัธยาศัยแล้ว
    พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์บริวาร เสด็จไปยังพระนครเวสาลีประทับอยู่ ณ ฉัน(เซ็นเซอร์)ฏาคารศาลา ป่ามหาวัน

    พระอานนท์ช่วยกราบทูลจึงได้บวช
    ขณะนั้น พระนางมหาปชาบดีโคตมี ผู้มีพระทัยเปี่ยมด้วยศรัทธา รับสั่งให้ช่างกัลบกมา
    ปลงกระเกศา แล้วครองผ้ากาสาวพัสตร์ นำพาศากิยนารีเป็นบริวารประมาณ ๕๐๐ พระองค์
    (นางกษัตริย์เหล่านี้สวามีออกบวชไปก่อนแล้ว) เสด็จมุ่งตรงไปยังเมืองเวสาลีแล้วเข้าไปเฝ้า
    พระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลอ้อนวอนของอุปสมบท ถึงอย่างนั้น พระพุทธองค์ก็ยังไม่ทรง
    อนุญาต จึงเสด็จออกมายืนร้องไห้อยู่ที่ซุ้มประตู ขณะนั้น พระอานนท์ผ่านมาพบจึงสอบถาม
    ทราบความโดยตลอดแล้ว พระเถระรู้สึกสงสารคิดจะช่วยพระนาง จึงเข้าเฝ้ากราบทูลถามพระ
    พุทธองค์ว่า:-

    “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ถ้าสตรีบวชในพระศาสนาแล้ว อาจทำให้แจ้งซึ่งพระโสดา
    ปัตติผล ระสกทาคามิผล รอนาคามิผล และพระอรหัตผลได้หรือไม่ พระเจ้าข้า ?”
    “ดูก่อนอานนท์ อาจทำให้แจ้งได้เหมือนบุรุษเพศทุกประการ”
    “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้นควรจะอนุญาตเพื่ออนุเคราะห์แก่พระนางมหาปชาบดี
    โคตมี ผู้มีคุณูปการบำรุงเลี้ยงดูพระองค์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ให้สมปรารถนาด้วยเถิด พระเจ้า
    ข้า”
    “ดูก่อนอานนท์ ถ้าปชาบดีโคตรมีรับประพฤติครุธรรม ๘ จากพระผู้มีพระภาคโดยลำดับ
    คือ:-
    ๑. ภิกษุณีแม้อุปสมบทแล้วได้ ๑๐๐ พรรษา ก็พึงเคารพกราบไว้ พระภิกษุ แม้
    อุปสมบทได้วันเดียว
    ๒. ภิกษุณี จะอยู่จำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีพระภิกษุนั้นไม่ได้ ต้องอยู่ในอาวาสที่มี
    พระภิกษุ
    ๓. ภิกษุณี จะต้องทำอุโบสถกรรม และรับฟังโอวาทจากสำนักภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน
    ๔. ภิกษุณี อยู่จำพรรษาแล้ว วันออกพรรษาต้องทำปวารณาในสำนักสงฆ์ทั้งสองฝ่าย
    (ภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์)
    ๕. ภิกษุณี ถ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสส อยู่ปริวาสกรรม ต้องประพฤติมานัตในสงฆ์สอง
    ฝ่าย
    ๖. ภิกษุณี ต้องอุปสมบทในสำนักสงฆ์สองฝ่าย หลังจากเป็นนางสิกขมานารักษา
    สิกขาบท ๖ ประการ คือ ๑. เว้นจากการฆ่าสัตว์ ๒. เว้นจากการลักขโมย ๓. เว้น
    จากการประพฤติผิดพรหมจรรย์ ๔.เว้นจากการพูดเท็จ ๕. เว้นจาการดื่มสุราเมรัย
    และของมึนเมา ๖. เว้นจากการรับประทานอาหารในเวลาวิกาล ทั้ง ๖ ประการนี้
    มิให้ขาดตกบกพร่องเป็นเวลา ๒ ปี ถ้าบกพร่องในระหว่าง ๒ ปี ต้องเริ่มปฏิบัติ
    ใหม่
    ๗. ภิกษุณี จะกล่าวอักโกสกถาคือ ด่าบริพาษภิกษุ ด้วยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งมิได้
    ๘. ภิกษุณี ตั้งแต่วันอุปสมบทเป็นต้นไป พึงฟังโอวาทจากภิกษุเพียงฝ่ายเดียว จะให้
    โอวาทภิกษุมิได้
    พระเถระจดจำนำเอาครุธรรมทั้ง ๘ ประการนี้มาแจ้งแก่พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระ
    น้านางได้สดับแล้วมีพระทัยผ่องใสโสมนัส ยอมรับปฏิบัติได้ทุกประการ พระพุทธองค์จึง
    ประทานการอุปสมบทให้แก่พระน้านางสมเจตนาพร้อมศากยขัดติยนารีที่ติดตามมาด้วยทั้งหมด
    เมื่อพระนางมหาปชาบดีโคตมี ได้อุปสมบทสำเร็จเป็นนางภิกษุณีแล้วเรียนพระ
    กรรมฐานในสำนักพระบรมศาสดา อุตสาห์บำเพ็ญเพียรด้วยความไม่ประมาทไม่นานนักก็ได้
    บรรลุพระอรหัตผล พร้อมด้วยภิกษุณีบริวารทั้ง ๕๐๐ รูป และได้บำเรฑญกิจพรศาสนาเต็มกำลัง
    ความสามารถ
    ลำดับต่อมา เมื่อพระศาสดาประทับ ณ พระเชตะวันมหาวิหาร ทรงสถาปนาภิกษุณีใน
    ตำแหน่งเอตทัคคะ หลายตำแหน่ง พระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า พระนางมหาปชาบดีโคตมี
    เป็นผู้มีวัยวุฒิสูง คือรู้กาลนาน มีประสบการณ์มาก รู้เหตุการณ์ต่าง ๆ มาตั้งแต่ต้น จึงทรง
    สถาปนาพระนางนำแหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลาย ในฝ่าย ผู้รัตตัญญู คือ ผู้รู้
    ราตรีนาน

ukanus กระทู้เมื่อ 25/7/2011 11:07

ความรู้มาอีกเพียบเลย

kung888 กระทู้เมื่อ 25/7/2011 11:10

ปกติ 8 ข้อครับ แต่ถ้าเป็นวัดสายปฏิบัติ หรือเคร่ง จริงๆ จะ 10 ข้อ คือ จะเพิ่มไม่จับ ถือ เงิน ครับ และ ข้อ7 จะแยกเป็นสอง ข้อ คือ ไม่ดูการละเล่น และ ไม่ทัดทรงตกแต่งร่างกาย ถ้าผมจำไม่ผิดนะ ผิดพลาดประการใด ชี้แนะด้วยครับ {:197ee

เก่งคุง กระทู้เมื่อ 25/7/2011 12:57

ต้องแยกนะครับ แม่ชี คือนุ่งขาว
ถ้าภิกษุณี คือ นุ่งจีวรเหลืองเหมือนพระครับ

ทีนี้ก็จะเข้าใจว่าถือศีลกี่ข้อครับ

phinyaphach0503 กระทู้เมื่อ 25/7/2011 15:01

คุณแม่นุ่งขาว ห่มขาวค่ะ แต่ท่านปลงผม ปลงคิ้ว

runya_01 กระทู้เมื่อ 16/9/2011 21:48

[quote]ประวัติการขอบวชภิกาูณี ที่มา  ถือศีล 311  ข้อถูกแล้วคร ...
[size=2][color=#999999]ต้นฉบับโพสโดย yom เมื่อ 25/7/2011 11:01[/color] [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=125221&ptid=7336][img]http://www.kumarnthong.com/images/common/back.gif[/img][/url][/size][/quote]


    ยังติดใจสงสัยในการปฏิบัติของภิษุณี ที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ให้ปฏิบัติ หากภิษณุทำกริยามิดีต่อภิษณี หรือทำผิดศีล ทำไมไม่ต้องเข้าร่วมต่อสงฆ์ สองฝ่ายละคะ อย่างข้อพอเข้าใจว่าให้ลดทิฐิของตนลง แม้แม่ที่ให้กำเนิดลูกยังให้กำเนิดต้องก้มลงกราบลูกเมื่อบวชแล้ว (แต่ยังทำไม่ซะที เรื่องลดทิฐิงะ)

runya_01 กระทู้เมื่อ 16/9/2011 21:51

[quote]ยังติดใจสงสัยในการปฏิบัติของภิษุณี ที่พระพุทธเจ ...
[size=2][color=#999999]ต้นฉบับโพสโดย runya_01 เมื่อ 16/9/2011 21:48[/color] [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=140339&ptid=7336][img]http://www.kumarnthong.com/images/common/back.gif[/img][/url][/size][/quote]


   อีกประเด็นหนึ่ง คือ ข้อ 8 ทำไมภิกษุณี ตั้งแต่วันอุปสมบทเป็นต้นไป พึงฟังโอวาทจากภิกษุเพียงฝ่ายเดียว จะให้โอวาทภิกษุมิได้

phinyaphach0503 กระทู้เมื่อ 16/9/2011 22:12

555 อันนี้แขก้อไม่มีความรู้เหมือนกันจ้า ต้องรอให้คนที่รู้จริงๆๆมาตอบนะคะ

yom กระทู้เมื่อ 16/9/2011 23:23

อันนี้อนุมานเอานะครับ เคยคุยกะน้องถกเรื่องนี้กันและคาดการร์ว่า คือในสมัยก่อนนั้นที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ภิกษณีนั้น ในสมัยนั้นถือเพศชายเป็นใหญ่ และเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในคณะสงฆ์มากขึ้น เลยต้องมีข้อบัญญัติที่หนักหน่วงออกมา ในความคิดผมนะ

runya_01 กระทู้เมื่อ 17/9/2011 11:12

[b]ตอบกลับ [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=140374&ptid=7336]15#[/url] [i]yom[/i] [/b]


    เฮ่อ เกิดเป็นหญิงไมต้องมีข้อจำกัด

littlenova กระทู้เมื่อ 17/9/2011 11:31

ถ้า311ข้อ  
พระก็ต้องกราบแม่ชีอ่ะดิ -*-   

ไม่ใช่ล่ะ

phinyaphach0503 กระทู้เมื่อ 18/9/2011 12:20

ขอถามอีกสักนิดนะคะ แบบ เพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อวาน คือถ้าบวชเป็นแม่ชีแต่ปลงผม ปลงคิ้ว หมดเลย อยากทราบว่า สามารถถูกตัวผุ้ชายได้ไหมคะ เพราะว่ามีหลานผู้ชายด้วยน่ะค่ะ ก้อเลยสงสัยแบบมากๆๆ แล้วแม่ชีที่ปลงผม ถ้าในกรณีที่วัดเกิดวิกฤติน้ำท่วม มีอันต้องให้กลับมาอยู่บ้าน แล้วสามารถทำงานบ้าน ถูบ้าน กวาดบ้านซักผ้า ได้ตามปกติเหมือนตอนที่ยังไม่ได้บวชเป็นแม่ชีได้หรือไม่คะ แล้วก้ออีกคำถามนึง ถ้าอยากกำลังถือเพศบรรพชิตเป็นแม่ชีอยู่ สมมุติถ้าหลุดปากด่าออกมา หรือตะคอกใคร คือศีลจะหลุดเลยใช่ไหมคะ สำหรับคำถามข้อสุดท้ายนี่แขอยากรุ้มากๆๆ รบกวนใครก้อได้ที่มีความรู้เรื่องนี้ตอบทีนะคะ

phinyaphach0503 กระทู้เมื่อ 26/9/2011 23:20

ขอถามทุกๆๆท่านอีกนิสนะเจ้าคะ หากว่าการบวชชีปลงผมเนี่ยค่ะ แล้วระหว่างการครองสถานะเป็นแม่ชีอยู่ แล้วระหว่างนั้นวัดที่ไปบวชน้ำท่วม แต่มีกำหนดที่บวช 3 เดือน แล้วทีนี้พอครบกำหนด 3 เดือนไปแล้ว และวัดยังน้ำท่วมอยู่ ในกรณีนี้อยากถามว่า หากต้องการสึก ต้องไปสึกที่วัดนั้นๆๆที่ไปบวชอยู่ หรือว่า สึกที่วัดไหนก้อได้ คะ (งงกันมั้ยเอ่ย สำหรับคำถาม)

กัญน์ กระทู้เมื่อ 27/9/2011 12:54

แม่ชีกับภิกษุณีไม่เหมือนกันนะคะ

ภิกษุนีคือ หญิงที่บวชเหมือนบวชพระ แต่ทั่วไปในปัจจุบันจะมีแต่แม่ชีค่ะ  ความจริงแล้ว ปลงผมหรือไม่ปลงผม มันอยู่ที่ใจค่ะ แต่ปลงผมก็ดีเหมือนกันนะคะ เย็นดี (เอาฮา) ล้อเล่นค่ะ ปลงผม เพื่อที่จะไม่ต้องสนใจในผม อาบน้ำเอาน้ำราดหัวทีเดียวจบ ไม่ต้องคอยหวี คอยสาง คอยสระ เพื่อที่จะไม่ต้องสนใจน่ะค่ะ แต่ไม่ว่าปลงผมหรือไม่ปลง หากเป็นแม่ชี ศีล 8 เหมือนกันหมดค่ะ

กัญน์ กระทู้เมื่อ 27/9/2011 12:56

[quote]ถ้า311ข้อ  
พระก็ต้องกราบแม่ชีอ่ะดิ -*-   

ไม่ใช่ล่ะ ...
[size=2][color=#999999]ต้นฉบับโพสโดย littlenova เมื่อ 17/9/2011 11:31[/color] [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=140468&ptid=7336][img]http://www.kumarnthong.com/images/common/back.gif[/img][/url][/size][/quote]


    311 ข้อน่ะถูกแล้วค่ะ

เพราะเป็นผู้หญิง มันจะลำบากกว่าพระ และมีอะไรที่เสี่ยงมากกว่าพระ ดังนั้น จึงต้องมีศีลมากกว่าพระค่ะ เพื่อความเหมาะสม ส่วนพระต้องไหว้ภิกษุณีนั้นไม่เกี่ยวกันค่ะ หากภิกษุนี คือพระหญิง ภิกษุคือพระชาย หากใครต้องกราบใครอันนี้ขึ้นอยู่ว่า ใครเป็นพระ อริยะแล้วหรือไม่ต่างหากค่ะ

กัญน์ กระทู้เมื่อ 27/9/2011 12:57

[quote]ขอถามทุกๆๆท่านอีกนิสนะเจ้าคะ หากว่าการบวชชีปลงผมเน ...
[size=2][color=#999999]ต้นฉบับโพสโดย phinyaphach0503 เมื่อ 26/9/2011 23:20[/color] [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=144025&ptid=7336][img]http://www.kumarnthong.com/images/common/back.gif[/img][/url][/size][/quote]


    ตามที่ศึกษามา สายของหลวงพ่อนะคะ ท่านบอกว่า การสึึกหากไม่ใช่พระนั้น ตั้งจิตต่อหน้าพระพุทธรูปแล้วอธิษฐานจิตเอาก็ได้ค่ะ เหมือนกับอยุ่บ้าน อยากรักษาศีล 8 หรืออยากบวชอยู่ที่บ้าน แต่พูดบาลีไม่เป็น ท่าบอกไม่จำเป็นค่ะ คิดเป็นภาษาไทยแล้วรตั้งจิตให้มั่น แค่นี้ก็ได้แล้วค่ะ

กัญน์ กระทู้เมื่อ 27/9/2011 12:59

[b]ตอบกลับ [url=http://www.kumarnthong.com/redirect.php?goto=findpost&pid=140876&ptid=7336]18#[/url] [i]phinyaphach0503[/i] [/b]


    การหลุกปากด่านี่ถือว่า ผิดกรรมบถ 10 ค่ะ ข้อวาจา ไม่พูดจาส่อเสียด หยาบคาย หรือเป้นที่กระเทือนใจแก่ผู้อื่น  หากบวชอยู่หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม ยิ่งกำลังตั้งใจที่จะบวชชีแล้วด้วย ควรที่จะระงับจิตระงับใจให้มากกว่าปกติค่ะ เพื่อความดีของตนเอง  แต่หากหลุดปากไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแค่ต้องคอยเตือน ระมัดระวังให้มากขึ้นค่ะ

littlenova กระทู้เมื่อ 27/9/2011 13:06

ความรู้ใหม่ๆ  ขอบคุณคร้าบ

หน้า: [1]

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.