กุมารทอง - ชมรมคนรัก กุมารทอง - พูดคุยเรื่อง กุมารทอง - วิธีเลี้ยง กุมารทอง - คาถาบูชา กุมารทอง - เรื่องเล่า ประสบการณ์ กุมารทอง - ประวัติผู้สร้าง กุมารทอง - รูปกุมารทอง - คลิป กุมารทอง - ตลาด บูชา กุมารทอง - กุมารทองเทพ - กุมารทองพราย - กุมารทองวัดสามง่าม - ตั้งชื่อ กุมารทอง -
ระบบแชทรูม เว็บกุมารทอง ต้องสมัครสมาชิกก่อน ถึงจะให้งานได้
ขึ้นข้างบน
กุมารทอง
กลับไปรายการกระดาน โพสต์

ความรู้เรื่อง "ทิศมงคล อัปมงคล" การตั้งหิ้งพระ ฯ

แก้ไขล่าสุด sunan_rao เมื่อ 17/7/2012 11:21




   การตั้งโต๊ะหมู่บูชา, หิ้งบูชาพระ ให้ถูกทิศ

   เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ตามบ้านเรือน จึงมักมีหิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ตามกำลังศรัทธา และขนาดพื้นที่ของบ้าน

เมื่อคิดจะตั้งหิ้งพระ อย่าละเลยที่จะศึกษาตำราฮวงจุ้ยเสียก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วทิศที่นิยม ในการตั้งพระได้แก่ทิศเหนือ และทิศตะวันออก จะเป็นทิศที่ดี ที่จะเสริมดวงชะตา และนำมาโชคลาภ มาสู่ผู้อยู่อาศัย

   การจัดตั้งหิ้งพระหรือหิ้งเทพ ควรหันหน้าพระประธานไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  (ทิศอิสาน เรียกว่า "ทิศเศรษฐี") หรือ ทิศตะวันออก หรือ ทิศเหนือ เป็นที่นิยมมาก เมื่อเราหันหน้าไปหาพระประธาน ด้านซ้ายมือของเราหรือเท่ากับด้านขวามือของพระพุทธรูปที่เป็นพระประธานควรจัดตั้งด้วยองค์พระสงฆ์ เช่น รูปปั้นของหลวงปู่แหวน รูปหลวงพ่อคูณ ส่วนทางด้านซ้ายขององค์พระประธานหรือขวามือของเรา ควรจะเป็นการตั้งรูปแบบของ องค์เทพต่างๆ ที่เราเคารพสักการะบูชา เช่น รูปของ องค์พระศิวะ องค์พระนารายณ์ องค์จตุคามรามเทพ และ องค์พระพรหมรูปพ่อแก่ฤาษี เป็นต้น
   ควรตั้งให้องค์พระประธานดูสูงกว่ารูปขององค์เทพต่างๆ ถ้าหากว่าองค์พระประธานมีขนาดเล็กกว่าองค์เทพ ก็ควรจัดหาโต๊ะที่ตั้งแล้วมองดูสูงกว่าฐานที่ตั้งเทพ บ้านเรือนหลังนั้นก็จะเจริญรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุข
   ไม่ควรหันหน้าพระประธานตรงกับแสงพระอาทิตย์ที่ส่องเข้ามา (ทิศตะวันออก) ไม่ให้หันหน้าสู่ตะวันตก ถ้าหากมีตำราพระธรรมให้ตั้งทางขวาของพระพุทธหรือพระประธาน
    
   การอัญเชิญพระเข้าบ้าน
   นิยมหาฤกษ์ดี วันพุธ วันพฤหัส หรือก็วันศุกร์ ฤกษ์ดี มักเป็นเวลา 9:09, 9:19 หรือ 9:29 หรือบางคนจะเริ่มเช้าตรู่เลยก็ได้ หรือก็หาฤกษ์สะดวกแล้วแต่ แต่ห้ามเชิญพระหลังเพลเด็ดขาด เมื่อได้ฤกษ์ ให้เจ้าบ้านอุ้มอัญเชิญพระประธานเข้าประตูบ้านแล้วตั้งไว้บนหิ้งพระที่เตรียมไว้ นำเครื่องบูชา ขันห้า มาถวายหน้าพระประธานแล้วจุดธูป บูชาพระและขอพรให้ท่านปกป้องคุ้มครองให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขแคล้วคราดปลอดภัย
    
   ขันห้าถวายพระ
   เทียน ห้าเล่ม
   ธูป ห้าดอก
   เหรียญบาท ห้าเหรียญ
   ดอกไม้ห้าดอก

   ผลไม้ห้าอย่าง รวมในหนึ่งจานเล็ก จะอย่างละลูกก็ได้ หรือจะใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ห้าชนิดก็ได้ จะได้มีแต่ความงอกงาม ถ้าเป็นคู่รักก็ใช้น้ำตาล ชีวิตคู่จะได้หวานชื่น
วางขันห้าไว้หน้าพระพุทธแล้วจุดธูปบูชาต่างหากสามดอกอย่าใช้ธูปในขันห้านั้น เท่านี้ก็เสร็จพิธี ตั้งทิ้งไว้ทั้งวัน บางคนก็ทิ้งไว้ สามหรือเจ็ดวันก็ได้







   การจัดหิ้งบูชานำความสิริมงคล

   ทุกบ้านต้องมีหิ้งพระ จะเล็กหรือใหญ่ ก็แล้วแต่ตามอัตตภาพแต่ละคน นอกจากนั้นแล้วยังมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรษ หิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็ตามที่จะต้องจัดตั้งไว้ในบ้านนั้น ทุกท่านต้องการรู้ว่าจะจัดตำแหน่งอย่างไรให้ถูกกับดวงชะตา และจะต้องดูแลพิเศษอย่างไร หากดูแลไม่ดีแล้วสิ่งที่เป็นสิริมงคลของบ้านก็ย่อมกลายเป็นอัปมงคลไปในที่สุด

   ๑. หิ้งบูชาต้องสะอาด หมั่นดูแลมิให้มีฝุ่นจับองค์พระหรือรูปเทพต้องสะอาด หากปล่อยให้หิ้งบูชาสกปรก คนในบ้านจะเจ็บป่วยและทำมาค้าไม่ขึ้นและ ควรหมั่นเปลี่ยนน้ำเปล่า และดอกไม้สดที่บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหิ้งเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ดอกไม้แห้งเฉาคาทิ้งไว้ เพราะจะทำให้คนในบ้านมีชีวิตขึ้นๆลงๆไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่

   ๒. หิ้งพระต้องตั้งอยู่ในมุมสงบ อย่าตั้งไว้ในมุมที่พลุกพล่านของบ้าน อย่าตั้งหิ้งพระเหนือประตูซึ่งเป็นช่องทางเดินเข้า-ออก ถ้าจัดตั้งหิ้งพระในมุมที่พลุกพล่าน คนในบ้านจะมีแต่ความวุ่นวายไม่สงบสุข

   ๓. หิ้งบูชาพระหรือเทพไม่ควรติดตั้งบนผนังเดียวกันกับผนังของห้องน้ำและห้องครัว อีกทั้งยังไม่ควรหันองค์พระหรือหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัวอีกด้วย มิเช่นนั้นคนในบ้านจะเจ็บป่วย มีแต่เรื่องขัดแย้ง เงินทองรั่วไหล

   ๔. ถ้าพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโด ก็ควรจัดตั้งหิ้งพระให้เหมาะสม หากวางบนหลังตู้ก็ต้องดูขนาดความสูงด้วย หิ้งพระควรตั้งสูงกว่าศีรษะของคนเราไม่ควรต่ำกว่านั้น หากตั้งหิ้งพระต่ำกว่าศีรษะคนเรา จะทำให้คนในบ้านจะไม่มีโอกาสเจริญก้าวหน้า อาชีพการงานเติบโตช้า จะถูกลดตำแหน่งลดบทบาทสายงาน
   

   ๕. ถ้าทำห้องพระในบ้าน ห้องพระควรสะอาด สงบ ไม่ควรนำข้าวของอื่นๆไปเก็บไว้ในห้องพระ และห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำ หรือมีประตูตรงกับประตูห้องน้ำพอดี เพราะถือเป็นลักษณะอัปมงคล

   ๖. ไม่ควรจัดหิ้งบูชาไว้ปลายเตียงนอน ถือว่าไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งและถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เพราะคนเรามีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระ เช่น การผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สมรส เป็นต้น ควรจัดหิ้งพระไว้ในมุมที่ไกลจากเตียง ถ้าพักอยู่ในห้องเดี่ยว หันองค์พระหรือเทพไปทางอื่นอย่าหันหน้าหิ้งมายังทิศทางที่เตียงตั้งอยู่

   ๗. หิ้งบูชาไม่ควรอยู่ในห้องรับแขก เพราะถือว่าเป็นบริเวณที่ค่อนข้างพลุกพล่าน ถ้าจำเป็นจริงๆก็อย่าตั้งหิ้งใกล้มุมที่ตั้งชุดเก้าอี้รับแขก และอย่าหันหน้าหิ้งบูชาเล็งใส่มุมตั้งชุดเก้าอี้รับแขกเพราะไม่ใช่ลักษณะที่เหมาะที่ควร หิ้งบูชาที่อยู่ใกล้เก้าอี้รับแขกจะมิใช่หิ้งประทับของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อความศักดิ์สิทธิ์หายไปก็ย่อมปราศจากพลังที่ดีมาปกปักรักษาหรือปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในบ้าน

   ๘. หากตั้งหิ้งบูชาขนาดใหญ่   จำนวนองค์พระหรือองค์เทพบนหิ้งควรมีจำนวนเป็นเลขคี่ เช่น ๑,๓,๕,๗ และ ๙ องค์ ทั้งหลักฮวงจุ้ยและความเชื่อของไทยก็ล้วนระบุว่าไม่นิยมให้เป็นจำนวนเลขคู่

   ๙. ไม่ตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน มิเช่นนั้นดวงชะตาคนในบ้านก็คล้ายถูกกดทับ  ยากเจริญรุ่งเรือง และมักจะมีเรื่องให้ปวดศีรษะอยู่เสมอ เมื่อยืนอยู่นอกบ้าน  หากมองเข้าไปในบ้านแล้วไม่ควรมองเห็นหิ้งบูชาได้ถนัดชัดเจน  ถ้ามองเห็นถือว่าไม่ดีควรจัดตั้งหิ้งบูชาไว้ในมุมสงบ และเป็นสัดเป็นส่วน มิใช่อยู่นอกบ้านก็สามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าเป็นร้านค้าขายถือว่าไม่เป็นไร




TOP


   ทิศต้องห้ามของคนเกิดในแต่ละปี กับการตั้งหิ้งพระ

   คนเกิดปีชวด

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือเด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวง จนถึงขั้นเสียชีวิต

   คนเกิดปีฉลู

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาด จะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน

   คนเกิดปีขาล

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเด็ดขาด จะส่งผลให้ผู้หญิง และสมาชิกในครอบครัว เกิดอันตรายได้

   คนเกิดปีเถาะ

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง คนในบ้านจะเสียชีวิต

   คนเกิดปีมะโรง

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหาย ทั้งชายและหญิง

   คนเกิดปีมะเส็ง

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัว มีความยุ่งยากที่สุด จนหาความสงบสุขไม่ได้

   คนเกิดปีมะเมีย

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน

   คนเกิดปีมะแม

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัว เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้

   คนเกิดปีวอก

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว

   คนเกิดปีระกา

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะผลให้ทุกข์โศกมาเยือน ครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ

   คนเกิดปีจอ

   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาด จะส่งผลร้าย ให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้

   คนเกิดปีกุน

ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด เสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล



TOP

แก้ไขล่าสุด sunan_rao เมื่อ 17/7/2012 11:28


สิ่งที่สำคัญในการ เลือกที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ หรือแม้
กระทั่งคอนโดมิเนียมนั้นได้แก่ การเลือกทิศของบ้าน โดยเฉพาะทิศทางที่หน้าบ้านของเรา
หันออกไปนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่ ว่าจะเป็นในมุมมองของศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงองศา
ทิศทาง (Compass Feng Shui Theory) หรือศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม (Architecture)
นั่นก็เป็นเพราะ "ประตูบ้าน"นั้นถือว่าเป็นช่องเปิดที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดของบ้านเรา เป็นจุด
ที่กระแสอากาศภายนอกจะมาเกิดปฏิสัมพันธ์กับอากาศภายในบ้านได้มากที่ สุดนั่นเอง ดังนั้น
เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยของสำนักใดก็ตาม ก็จะถือว่าทิศทางหลักของบ้านนั้น
ได้แก่ ทิศที่ประตูหน้าบ้านหันออกว่าทำมุมเท่าไรกับกระแสแม่เหล็กโลก หรือที่เราเรียกว่าทิศ
หลังพิง (Sitting Direction) เพราะหากเราเลือกบ้านที่หันไปในทิศทางใดก็จะเท่ากับเราเลือก
ที่จะรับพลังงาน ในรูปแบบนั้นๆ ไปตลอดเวลานั่นเอง
 
โดยในศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้น เราแบ่งทิศทางออกมาเป็นคร่าวๆได้ 8 ทิศ ได้แก่ เหนือ ใต้ ตะวันออก
ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ 
โดยที่ทิศต่างๆนั้นจะประจุพลังงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไปครับ โดยในทิศทางที่ต่างกันนั้นก็
จะมีรูปแบบทางพลังงานที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น
 
บ้านที่หันหน้าทางทิศใต้  ภาพรวมของทิศใต้นั้น จะเป็นทิศทางที่ร้อนตลอดทั้งปี ในศาสตร์
ฮวงจุ้ยนั้นจึงถือว่าเป็นทิศทางที่มีพลังงานของ “ธาตุไฟ” (Fire element) โดยสมบูรณ์
 
บ้านที่หันหน้าทางทิศเหนือ ในทางกลับกันกับทิศใต้ ทิศเหนือเป็นทิศที่พระอาทิตย์นั้นแทบ
จะไม่โคจรอ้อม  หรือหากเราสังเกตดูก็จะพบว่าหากบ้านของเราหันหน้าไปทางทิศเหนือ ก็แทบ
จะไม่โดนแดดเลยตลอดทั้งปี จึงถือว่าเป็นทิศทางที่มีพลังงานของ “ธาตุน้ำ”
(Water Element) เช่นเดียวกัน
 
บ้านที่หันหน้าทางทิศตะวันออก ก็จะพบกันแสงแดดของพระอาทิตย์ในตอนเช้า ซึ่งจะเป็นช่วง
เดียวกับการที่ต้นไม้นั้นเริ่มที่จะผลิใบหรือผลิกลีบดอกออก เพื่อรับแสงแดดมาทำการสังเคราะห์
แสงเพื่อเป็นอาหาร เราจึงถือว่าบ้านที่หันหน้าทางทิศตะวันออกนั้นสะสมพลังงานของ “ธาตุไม้”
(Wood Element)
 
บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ก็ จะพบกับแสงแดดของพระอาทิตย์ในตอนบ่าย ซึ่งจะถือว่า
เป็นช่วงที่อากาศนั้นเริ่มที่จะกลับมาเย็นแล้ว เพราะโลกเริ่มจะหันหน้าออกจากพระอาทิตย์แล้ว
เราจึงถือว่าทิศตะวันตกนั้นรับพลังงานของ “ธาตุทอง” (Metal Element) นั่นเอง



ท่านสามารถดูพลังงานเทียบกับทิศได้ตามแผนภาพด้านบน โดยที่ทิศที่เป็นทิศเฉียงอีก 4 ทิศ
ที่เหลือนั้น วิธีคิดจะมีความซับซ้อนกว่า ซึ่งต้องอาศัยการอธิบายในขั้นที่สูงมากขึ้นไปอีก หาก
ท่านจำเป็นต้องเลือกบ้านในกลุ่มนี้ท่านจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากซินแสที่มีประสบการณ์
จะเหมาะสมกว่า




    ขอขอบคุณข้อมูลจาก พัทยาเดลินิวส์





TOP


(ถอดความมาจากบทความของ อ.มาโนช ประภาษานนท์) ห้องพระนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีทุกบ้านก็ได้ บางบ้านอาจจะทำแค่หิ้งพระก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้าน การกำหนดตำแหน่งของห้องพระมีหลักเกณฑ์หลายประการ แต่ว่าห้องพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจใช้เพียงหลักเหตุผลมาวิเคราะห์ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่หาคำอธิบายได้ยาก

1. ห้องพระวางชั้นบนดีกว่าชั้นล่าง เพราะพระเป็นของสูง เป็นที่สักการะบูชา หากวางต่ำกว่าคนในบ้าน ย่อมไม่เป็นมงคลแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะวางชั้นล่างไม่ได้ เพียงแต่การวางห้องพระชั้นล่างจะมีข้อจำกัดมากมาย และอาจจะหาตำแหน่งยากเพราะชั้นล่างจะเต็มไปด้วยห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องน้ำ นอกจากนี้ยังต้องดูอีกด้วยว่า ห้องที่อยู่เหนือห้องพระเป็นห้องอะไร ถ้าเป็นห้องน้ำ ห้องนอนก็ไม่ได้ หากท่านจะเอาห้องพระไว้ชั้นล่าง เหนือห้องพระจะต้องเป็นห้องว่างถึงจะใช้ได้

2. ห้องพระห้ามติดกับห้องน้ำ เหตุผลในเชิงฮวงจุ้ยบอกว่า ห้องส้วมเป็นธาตุน้ำ ห้องพระเป็นธาตุไฟ ตามกฎเบญจธาตุ ( 5 ธาตุ) ธาตุน้ำพิฆาตธาตุไฟ บ้านที่วางห้องพระติดกับห้องน้ำ ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระจะเสื่อม เพราะถูกพลังของธาตุน้ำบั่นทอนนั่นเอง แต่ถ้าจำเป็นต้องวางติดกันก็ควรหาตู้มาวางกั้นผนังห้องน้ำ อย่าหันองค์พระไปทางห้องน้ำหรือวางองค์พระพิงผนังห้องน้ำก็ใช้ได้แล้ว

3. ห้องพระต้องอยู่ในทำเลที่สงบ ลองพิจารณาดูว่ามุมไหนของบ้านที่ไม่พลุกพล่านบ้าง ห้องพระควรมีความสงบนิ่ง การวางห้องพระเอาไว้ชั้นบนจึงน่าจะสงบกว่าเพราะชั้นบนมีแต่ห้องนอนเป็นส่วน ใหญ่

4. ห้องพระติดห้องนอนต้องระวังเรื่องการวางเตียง กรณีที่วางห้องพระไว้ข้างห้องนอน จะต้องระวังเรื่องการวางเตียงนอนด้วย ควรวางเตียงนอนให้ขวางกับห้องพระ ห้ามให้ปลายเตียงหันไปทางห้องพระ เพราะถือว่าไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นมงคลกับคนที่นอน กรณีที่คุณหันหัวเตียงไปทางห้องพระก็ต้องดูว่าคุณวางโต๊ะหมู่บูชาติดกับหัว เตียงหรือไม่ ถ้าติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลของธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวง่ายและนอนไม่ค่อยหลับ

5. ห้องพระห้ามต่ำกว่าห้องอื่น หากบ้านของคุณเป็นบ้านเล่นระดับ ห้องพระควรจะอยู่สูงกว่าห้องอื่นๆ โดยเฉพาะห้องที่มีคนอยู่ เพราะโดยหลักแล้วคนห้ามนอนสูงกว่าพระ แต่ถ้าห้องนั้นไม่มีคนอยู่ก็สามารถทำได้




TOP


เมื่อคิดจะตั้งหิ้งพระ อย่าละเลยที่จะศึกษาตำราฮวงจุ้ยเสียก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วทิศที่นิยม ในการตั้งพระได้แก่ทิศเหนือ และทิศตะวันออก จะเป็นทิศที่ดี ที่จะเสริมดวงชะตา และนำมาโชคลาภ มาสู่ผู้อยู่อาศัย ตามหลักดังต่อไปนี้

1. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
ซึ่งเป็นทิศเศรษฐี จะประกอบการงานทำนาค้าขาย ใด ๆ ก็จะเจริญร่ำรวยยิ่ง ๆ เป็นที่หนึ่ง

2. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศบูรพา (ตะวันออก)
ซึ่งเป็นทิศราชา จะประกอบการงานใด ๆ ก็จะเจริญ ใหญ่โต สมความตั้งใจทุกประการ

3. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้)
ซึ่งเป็นทิศปฐม ท่านว่าไม่สู้ดี ทำอะไรไม่ค่อยเจริญ ลาภผลตกต่ำพอมีพอใช้

4. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศทักษิณ (ทิศใต้)
ซึ่งเป็นทิศจัณฑาล ประกอบการงานอันใด แสนยาก ลำบาก ผลประโยชน์ลงทุนไปไม่ค่อยคุ้มค่า

5. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้)
ซึ่งเป็นทิศวิปะฏิสาร จะประกอบการงานอันใด มีแต่ ความเดือดร้อนยุ่งยากมาสู่ครอบครัวตลอด เพื่อบ้านเรือนเคียง

6. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศประจิม (ตะวันตก)
เป็นทิศกาลกิณี จะทำงานสิ่งใดก็เกิดลังงเลใจ ไม่เป็นมงคล ระวังภัยจะเกิดกับตนร้ายแรง ถึงอัตตะวินิบาตกรรม ด้วยประการต่าง ๆ ไม่ดีเลย

7. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ)
ซึ่งเป็นทิศอุทธัจจะ จะทำงานสิ่งใด ผลงานก็ไม่แน่นอนจับจดรวนเรไม่ได้ผล

8. ถ้าตั้งพระพักตร์หันไปสู่ ทิศอุดร (ทิศเหนือ)
ซึ่งเป็นทิศมัชฌิมาปฏิปทา จะทำงานใด ๆ ผลงานจะอยู่ในเกณฑ์พอปานกลาง ไม่ดีไม่ชั่ว




TOP


ขอแนะนำหลักในการจัดโต๊ะและห้องทำงานของผู้บริหาร ดังต่อไปนี้
1. โต๊ะทำงานควรตั้งหันหลังพิงทิศธาตุสำคัญของดวง เช่น
- หากธาตุสำคัญเป็นธาตุไม้ ควรนั่งหันไปทาง ทิศตะวันออก
- หากธาตุสำคัญเป็นธาตุไฟ ควรนั่งหันไปทาง ทิศใต้
- หากธาตุสำคัญเป็นธาตุดิน ควรนั่งหันไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
- หากธาตุสำคัญเป็นธาตุทอง ควรนั่งหันไปทาง ทิศตะวันตก

2. ไม่ควรตั้งโต๊ะทำงานพิงทิศตรงข้ามปีเกิด ( ชง ) เช่น
- ปีชวด ห้ามตั้งพิง ทิศใต้ ช่วงองศา 172.5 - 187.5
- ปีฉลู ห้ามตั้งพิง ทิศใต้ ช่วงองศา 202.5 - 217.5 ( ในวิชาดวงขั้นสูง จะห้ามเป็นบางคน )
- ปีขาล ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันตก ช่วงองศา 232.5 - 247.5
- ปีเถาะ ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันตก ช่วงองศา 262.5 - 277.5
- ปีมะโรง ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ช่วงองศา 292.5 - 307.5 ( ในวิชาดวงขั้นสูง จะห้ามเป็นบางคน )
- ปีมะเส็ง ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ช่วงองศา 322.5 - 337.5
- ปีมะเมีย ห้ามตั้งพิง ทิศเหนือ ช่วงองศา 352.5 - 359.9 / 0 - 7.5
- ปีมะแม ห้ามตั้งพิง ทิศเหนือ ช่วงองศา 22.5 - 37.5 ( ในวิชาดวงขั้นสูง จะห้ามเป็นบางคน )
- ปีวอก ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงองศา 52.5 - 67.5
- ปีระกา ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันออก ช่วงองศา 82.5 - 97.5
- ปีจอ ห้ามตั้งพิง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงองศา 112.5 - 127.5 ( ในวิชาดวงขั้นสูง จะห้ามเป็นบางคน )
- ปีกุน ห้ามตั้งพิง ทิศใต้ ช่วงองศา 142.5 - 157.5

3. ลักษณะของห้องทำงานที่ดีควรเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้า

4. โต๊ะ เก้าอี้ นอกจากจะพิจารณาถึงความแข็งแรง ปลอดภัย และความสบายแล้ว หากมีสัดส่วนตามตำรา ความกว้าง ความสูง ก็จะเป็นมงคลแก่ผู้ใช้สอย

5. ห้องทำงาน สำนักงาน จะต้องมีอากาศถ่ายเทที่ดี มีแสงสว่างที่เหมาะสม ไม่มืดทึบ

6. อุปกรณ์เครื่องดื่มในห้องทำงาน ควรจัดวางไว้ตามมุมใดมุมหนึ่งใน 4 ทิศที่เป็นมงคล ตามตำรา 8 ทิศ ได้แก่ มุมทิศประธาน มุมรุ่งเรือง มุมอายุ หรือมุมหมอเทพ

7. โซฟาในห้องทำงานควรหันออกไปทางประตู ไม่ควรนั่งหันหลังให้ประตู

8. หากมีกระจกในห้องทำงาน ควรวางอยู่แนวข้างซ้ายหรือข้างขวาของโต๊ะทำงาน

9. โต๊ะทำงานไม่ควรตั้งหันหลังให้ประตู

10. โต๊ะทำงานไม่ควรอยู่ใต้คาน จะให้เกิดความรู้สึกถูกบีบกด ทำให้เสียสมาธิ และปวดศีรษะง่าย หากไม่สามารถย้ายตำแหน่งได้ ให้ติดตั้งฝ้าเพดานปิดไว้ทั้งหมด

11. โต๊ะทำงานไม่ควรอยู่ใต้บันได นอกจากให้ความรู้สึกคล้ายถูกบีบกด เช่นเดียวกับการตั้งโต๊ะทำงานไว้ใต้คานแล้ว ยังไม่เป็นมงคลอีกด้วย

12. โต๊ะทำงานไม่ควรหันตรงห้องน้ำ นอกจากจะทำให้เจ็บป่วยบ่อยแล้ว ยังจะรบกวนสมาธิจากคนเดินเข้าออกห้องน้ำตลอด วิธีแก้ไขคือ ตั้งฉากกั้นหน้าห้องน้ำ


       



TOP




ห้องพระคือสถานที่ ที่มีการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่มีการจุดธูป จุดเทียน หรือ ติดไฟสีแดง ซึ่งเป็นพลังธาตุไฟตามหลักการของฮวงจุ้ย จึงทำให้จุดนั้นมีพลังธาตุไฟมากกว่าปกติ ก็จะมีข้อห้ามอยู่บ้าง การจัดวางพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆองค์เดียว ก็ดูเรียบง่าย และศักดิ์สิทธิ์กว่าวางพระพุทธรูปหลายๆองค์ แต่คนไทยเรานอกจากจะนับถือธรรมดาแล้ว ยังนิยมสะสมอีกด้วย จึงมักมีพระพุทธรูปบูชากันมากๆมุมบูชาพระได้ตามตำรา ท่านก็ไม่ต้องกังวลใจ ขอแต่เพียงให้จัดที่บูชาพระ ในจุดที่เหมาะสม และอยู่ในระดับสูงพอสมควรเท่านั้น โดยตั้งเป็นหิ้งพระบูชาขึ้น ในมุมต่างๆที่พอมีพื้นที่ ซึ่งการหาจุดที่ตั้งที่เหมาะสม ก็ใช้หลักเกณฑ์การเลือกตำแหน่งเช่นเดียวกับห้องพระนั่นเอง ทั้งนี้อาจจะมีตำแหน่งที่จัดวางได้ง่ายกว่า แต่ก็มีตำแหน่งห้ามที่ไม่เหมาะสมเช่นเดียวกันคือ
1. ไม่ควรตั้งในห้องนอนถ้าเป็นคนโสดยังพออนุโลม ถ้ามีคู่แล้วห้ามเด็ดขาด ถ้าที่คับแคบจำเป็นต้องรวมให้กั้นฉากเป็นสัดส่วน
2. ไม่ควรตั้งตรงบันไดหรือใต้บันไดไม่เป็นมงคล
3. ห้ามตั้งอยู่ใต้คาน
4. ห้ามตั้งอยู่บนห้องน้ำเป็นสิ่งไม่สมควร
5. ห้ามเอาหลังอิงห้องน้ำ ไม่เป็นมงคล (คือห้ามแขวนหิ้งพระกับผนังห้องน้ำ)



การวางลำดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนโต๊ะหมู่
๑. พระพุทธรูป
๒. พระสังกัจจายน์ พระสิวลี ( อริยสงฆ์ )
๓. รูปเหมือนหลวงปู่ หลวงพ่อ ( สมมติสงฆ์ )
๔. ฤาษี ( ถ้ามี )
๕. นางกวัก แม่โพสพ เสด็จพ่อรัชกาลที่ ๕ กรมหลวงชุมพร ฯ เจ้าพ่อเจ้าแม่
หากมีความจำเป็นที่จะต้องวางรวมบนหิ้งเดียวกัน ก็ควรจะยกพื้นให้พระพุทธรูปสูงกว่าพระ พระองค์อื่นๆ นอกจากนี้รูปภาพพระสงฆ์ไม่ควรแขวนสูงกว่าพระพุทธรูป เพราะพระสงฆ์ยังไหว้พระพุทธ
กรณีที่มีเทพเจ้าต่างๆ
ควรจะจัดชั้นอีกต่างหากในโต๊ะหมู่บูชานั้น เช่น พระศิวะ , พระนารายณ์ , พระพรหม , พระพิฆเนศ , เจ้าแม่อุมา , เจ้าแม่กาลี , พระอินทร์ , ท้าวเวสสุวรรณ , ฤาษี , ฮก ลก ซิ่ว , โป๊ยเซียน , พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นต้น ในด้านเทพเจ้านั้น ต้องจัดตามลำดับดังนี้ ๑.พระศิวะ , เจ้าแม่อุมา , เจ้าแม่กาลี ๒.พระนารายณ์ , พระลักษมี ๓.พระพรหม , พระสุรัสวดี ๔.พระพิฆเนศ ๕.พระอินทร์ ๖.ท้าวเวสสุวรรณ , ๗.ฤาษี ฯลฯ ๘. กุมารทอง ลักยม นกคุ้ม เสือ สิงห์ มังกร วัวธนู ควายธนู ฯลฯ
การจัดตั้งหิ้งพระ หิ้งเทพ ควรหันหน้าพระประธาน ไปทางด้าน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ทิศอีสาน เรียกว่าทิศเศรษฐี) จะประกอบการค้าใดๆก็ร่ำรายเฟื่องฟู จะประกอบการงานใดๆก็ล้วนเจริญรุ่งเรืองหันไปทางทิศตะวันออกเรียกว่า “ทิศราชา” จะประกอบการงานใหญ่โตใดๆ ย่อมประสบผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย หากสถานที่ไม่อำนวยจะหันไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ก็ได้ ยกเว้นทิศตะวันตก  ทิศมุ่งร้ายห้ามหันหน้าพระท่านไปทางทิศตะวันตก ส่วนทิศดีได้แก่ ทิศเหนือหรือทิศตะวันออก ทิศดังกล่าวหันไปทางห้องน้ำ หรือห้องที่ไม่สมควรก็เบียงไปให้เฉียงๆ ทิศไหนที่ดูแล้วไม่สบายใจ ก็เปลี่ยน สิ่งนี้อยู่ที่ใจ เมื่อใจสบายทิศนั้นชื่อว่าทิศดี  อย่างไรก็ดีควรหันหน้าพระประธาน ไปทางด้าน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ทิศอีสาน เรียกว่าทิศเศรษฐี)หันหน้ามองไปที่ประตูเข้าบ้านเพื่อนำโชคลาภ เงินทอง มาให้กับเราและช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป และให้ความเป็นสิริมงคลความมีโชคลาภจะประกอบการงานใหญ่โตใดๆย่อมประสบผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย

(บทความ  อ .ตั้ม  ศรีนเรศพยากรณ์)






TOP



ทิศบ้านของคุณอยู่ทิศไหน รู้ได้อย่างไร...............ง่ายนิดเดียว

ทิศบ้านของคุณอยู่ทิศไหน เราจะรู้ได้อย่างไร.......ง่ายนิดเดียว
การดูว่าบ้านอยู่ทิศอะไรนั้น ให้เราเดินออกจากตัวบ้านในตอนเช้า
ที่พระอาทิตย์เริ่มขึ้นนะครับ

หลังจากนั้นให้สังเกตดูว่า พระอาทิตย์ในตอนเช้าขึ้นทางทิศไหน
ของตัวบ้านครับ หากเราเดินออกมาสังเกตุดูดี ๆ เราจะรู้ว่าบ้านเรา
อยู่ทิศอะไรได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

บ้านพิงทิศเหนือ
ให้สังเกตุดูตอนเช้าเราเดินออกจากตัวบ้าน จะเห็นว่าพระอาทิตย์
อยู่ทางซ้ายมือของเราครับ สังเกตุง่าย ๆ คงรู้นะครับ

บ้านพิงทิศตะวันออก
เราเดินออกจากบ้าน จะเห็นเงาของตัวบ้านทอดมาหน้าบ้าน
หรือเราจะเห็นพระอาทิตย์ตกหน้าบ้าน

บ้านพิงทิศใต้
เดินออกจากตัวบ้าน เราจะเห็นพระอาทิตย์อยู่ทางขวามือของ
เราครับ หากในตอนเย็นเราจะเห็นพระอาทิตย์ตกทางซ้ายมือ

บ้านพิงทิศตะวันตก
เราเดินออกจากบ้านในตอนเช้า จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่หน้าบ้าน
แสงพระอาทิตย์จะส่องเข้ามาที่หน้าเราเลยล่ะ ส่วนในตอนเย็นนั้น
พระอาทิตย์จะตกที่หลังบ้านเราครับ

หลังจากเราสังเกตุดูตามที่แนะนำแล้ว เราคงเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ
ครับว่าบ้านเราพิงทิศอะไร คงเป็นประโยชน์มาก หากเราจะอ่านบท
ความเกี่ยวกับบ้าน ในศาสตร์ฮวงจุ้ยในอนาคต

เพราะในศาสตร์ฮวงจุ้ยจะระบุทิศอัปมงคลประจำปีทุกปีให้ทราบ
ทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

รู้ไว้เพื่อหลีกเลี่ยงความอัปมงคลที่จะเข้ามาสู่บ้านเรานะครับ
หรือหลีกเลี่ยงความอัปมงคล เท่าที่เราจะหลบได้

TOP


ทำไมหัวเตียง..ห้ามหันทางทิศตะวันตก

“ ทิศตะวันตกเป็นทิศคนตาย ห้ามเอาหัวนอนไปทางทิศนี้”

นี่เป็นกฎเกณฑ์ของคนไทย ที่คนโบราณสั่งสอนกันมา จนกลายเป็นคำถามของคนยุคนี้ว่า จริงเหรอ ถ้านอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก จะทำให้เจ็บป่วย อายุสั้น เพราะเป็นทิศคนตาย ทิศที่เป็นมงคลสำหรับคนไทย คือ ทิศเหนือ กับทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตก กับทิศใต้ ถือว่าเป็นทิศอัปมงคล ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็คงมาจากชื่อ นั่นเอง

หลักฮวงจุ้ย ไม่ได้ถืออย่างคนไทย แต่จะเน้นไปที่ชัยภูมิในการวางเตียงนอนมากกว่า หรือไม่ก็ดูจากธาตุปีเกิดของผู้นอนว่า ควรหันหัวนอนไปทางทิศใด อย่างคนเกิดปีกุนกับปีชวด ทิศหัวนอนเป็นทิศตะวันตก ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะเป็นทิศส่งเสริมเจ้าชะตา ตามหลักความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 ปีกุนกับปีชวด เป็นธาตุน้ำ ส่วนทิศตะวันตก เป็นธาตุทอง ตามกฎเบญจธาตุ ธาตุทองส่งเสริมธาตุน้ำ

จากเก็บข้อมูลของผมเอง คนที่นอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก เมื่อเปรียบเทียบกับการนอนทิศอื่นๆ ผลออกมาไม่ต่างกันครับ มีดีมีเสียพอๆกัน อย่างคนที่เอาหัวนอนไปทางทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศมงคลนั้น ก็มีทั้งดีทั้งเสียเหมือนกัน

แต่ก็มีบางกรณีที่นอนแล้วเกิดอาการเจ็บป่วยภายในเวลาไปถึง 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เชื่อ (แบบฝังหัว) ว่าทิศตะวันตกไม่ดีห้ามนอน เมื่อไปลองนอนดูก็เกิดอาการทันที ซึ่งสันนิฐานว่า น่าจะเกิดจากภาวะอุปทานมากกว่า

ผมเองลองค้นหาข้อมูลในเรื่องนี้ โดยหาตำราเก่าๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อของไทย ก็พบว่า มีพูดเอาไว้เหมือนกันเกี่ยวกับทิศตะวันตกที่ห้ามเอาหัวนอนหันไป แต่ตำราไม่มีคำอธิบายว่าเพราะอะไร จนมาวันหนึ่งผมลองทดสอบกับตัวเอง ลองเอาหัวนอนหันไปทางทิศตะวันตก จะดูว่ามีผลเสียอย่างไร ปรากฏว่าพอตื่นนอนขึ้นมาผมก็ทราบคำถามทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเป็นสัปดาห์

จะไม่ให้ทราบได้อย่างไรล่ะครับ แค่ผมลืมตาก็ต้องรีบหลับตาทันที เพราะถ้าขืนไม่หลับตาก็มีหวังตาคงจะบอดแน่ๆ เพราะแสงพระอาทิตย์สาดเข้าเต็มหน้า ผมถึงบางอ้อ..ในบัดนั้น ตอนเช้าใครๆ ก็รู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก การนอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก ก็เท่ากับหันหน้าไปทางทิศตะวันออก

..นี่คือผลกระทบที่เป็นเหตุเป็นผลที่สุด
กรณีที่จะได้รับผลกระทบแบบที่ผมจะเจอ จะต้องเข้าเงื่อนไขที่ว่า ปลายเตียงต้องเป็นหน้าต่างที่แสงอาทิตย์สามารถส่องเข้ามาถึง ถ้าหน้าต่างถูกปิด หรือมีม่านบัง จะไม่เข้าข่าย หรือไม่มีผลกระทบ นั่นเอง

วิถีคนสมัยก่อน ส่วนใหญ่จะเปิดหน้าต่างนอน เพราะนอนกางมุ้ง ไม่มีมุ้งลวดเหมือนปัจจุบัน จากเหตุผลในเรื่องนี้ ทำให้ผมเข้าใจถึงข้อบัญญัติอีกข้อหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องของบันได ที่ห้ามหันบันไดขึ้นทางทิศตะวันตก ก็คงมาจากผลกระทบของแสงอาทิตย์ นั่นเอง

บันไดเป็นจุดอันตรายที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถ้าคนเดินขึ้นบันไดแล้วมีแสงอาทิตย์มาแทงตา โอกาสที่จะเหยียบบันไดพลาดก็มีมาก คนโบราณจึงกล่าวห้ามเอาไว้ว่า อย่าสร้างบันไดหันขึ้นทางทิศตะวันตก

ทิศตะวันตก กลายเป็นเจ้าตัวร้ายก็เพราะผลกระทบจากแสงแดด นี่เอง จะมีดีอยู่อย่างเดียวถ้าห้องน้ำห้องส้วมอยู่ทางทิศนี้ เพราะแสงแดดจะเผาผลาญเชื้อโรคและความชื้นภายในห้องน้ำได้ดีที่สุด นอกจากนี้แล้ว ก็ยังไม่เห็นข้อดีของทิศตะวันตกเลย

กลับมาเรื่องหัวนอนกันต่อ
สรุปก็คือ การหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตก สามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ ถ้าไม่เข้าข่ายที่ปลายเตียงมีช่องหน้าต่าง ที่แสงอาทิตย์สามารถส่องถึงเตียง ส่วนคนที่มีความเชื่อแบบฝังหัว ผมแนะนำว่า ไม่ควรนอนครับ เพราะความเชื่อเป็นพลังจิตอย่างหนึ่ง ที่มีความแรง สามารถดลบันดาลให้คนที่เชื่อเป็นไปตามนั้นได้ ..






TOP

ขอบคุณสิ่งดีๆคับ

TOP

ขอบคุณค่ะ

TOP

บ้านผมหันหน้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผมเกิดวันศุกร์หน้าพระควรจะหันทางไหนดี

TOP

ขอบคุณค่ะ
เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน

TOP

ขอสอบถามทุกคนเลยครับ แชร์ความคิดกันครับ

การตั้งกุมารตามภาพ ถือว่าเป็นปลายเท้าเราไหมครับ ???
ไฟล์แนบ: คุณควรที่จะ เข้าสู่ระบบ จึงจะสามารถดูรูปหรือไฟล์แนบนี้ได้ หรือหากยังไม่มีบัญชีก็ให้คลิก ลงทะเบียน ก่อน เพื่อจะสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
... กุมารแท้เพียงหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าห้อยร้อยเก๊สเน่ห์หา ...

TOP

กลับไปรายการกระดาน