กุมารทอง - ชมรมคนรัก กุมารทอง - พูดคุยเรื่อง กุมารทอง - วิธีเลี้ยง กุมารทอง - คาถาบูชา กุมารทอง - เรื่องเล่า ประสบการณ์ กุมารทอง - ประวัติผู้สร้าง กุมารทอง - รูปกุมารทอง - คลิป กุมารทอง - ตลาด บูชา กุมารทอง - กุมารทองเทพ - กุมารทองพราย - กุมารทองวัดสามง่าม - ตั้งชื่อ กุมารทอง -
ระบบแชทรูม เว็บกุมารทอง ต้องสมัครสมาชิกก่อน ถึงจะให้งานได้
ขึ้นข้างบน
กลับไปรายการกระดาน โพสต์

บทสวด กะระณียะเมตตะสุตตัง

กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ   ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ       สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี

สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ     อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ

สันตินทะริโย จะ นิปะโก จะ     อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ   เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ       สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ         ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา

ทีฆา วา เย มะหันตา วา      มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา     เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร

ภูตา วา สัมภะเวสี วา       สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ     นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ

พะยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา     นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง       อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข

เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ         มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง

*เมตตัญจะ สัพพะโลกัสะมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง

อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ     อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง

ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา       สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ       พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา   ทัสสะเนนะ สัมปันโน

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง        นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติฯ



สวดแบบย่อ

เมตตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
เอตัง สะติง อธิฏเฐยยะ พัรหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
ทิฏฐัญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะหิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุ นะเรตีติฯ



ประวัติบทสวดกรณียเมตตสูตร

เรื่องมีว่า สมัยหนึ่งจวนเข้าพรรษา ภิกษุจำนวนหนึ่งกราบทูลลาพระพุทธเจ้า เพื่อไปอยู่จำพรรษาในป่าลึกแห่งหนึ่ง เหล่ารุกขเทวดาคิดว่าพระคุณเจ้าคงพักชั่วคราว ไม่กี่วันก็จะไป จึงพากันลงมาอยู่บนพื้นดินเพื่อถวายความเคารพแก่พระสงฆ์แต่เมื่อรู้ว่าพระคุณเจ้าจะอยู่ที่ป่านี้ตลอดพรรษา จึงปรึกษากันว่าพวกเราเห็นจะต้อง"ไล่" พระท่านไป ไม่เช่นนั้นจะลำบากมากที่จะต้องมาอยู่บนพื้นดินอย่างนี้จึงพร้อมใจกันหลอกหลอนภิกษุที่ไปนั่งกรรมฐานอยู่ใต้ต้นไม้บ้าง ในถ้ำบ้าง จนท่านอยู่ไม่เป็นสุข พระก็กลัวผี ว่าอย่างนั้นเถอะ จึงตกลงกันกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า กราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ
พระพุทธองค์ตรัสว่า "พวกเธอมิได้เอาอาวุธติดตัวไปด้วย จึงถูกผีหลอกหลอน" เมื่อกราบทูลถามว่า อาวุธชนิดไหน พระองค์ก็ตรัสว่า อาวุธคือความเมตตา ว่าแล้วก็ทรงสวดกรณียเมตตสูตร ให้ฟัง แล้ว มีพุทธบัญชาให้กลับไปยังป่านั้นอีก และให้สวดทันทีที่เดินเข้าป่า และสวดทุกวันภิกษุเหล่านั้นก็ทำตามพุทธโอวาท บรรดาผีสางคางแดงทั้งหลายได้ยินบทสวด ก็มีจิตใจอ่อนโยน รักใคร่ในพระสงฆ์ ไม่หลอกหลอน ทำให้ท่านสามารถอยู่ในป่าได้อย่างผาสุก พระภิกษุได้สัปปายะ เจิรญธรรมสำเร็จอรหันตผลถ้วนทั่วกัน
เพราะเหตุว่าเนื้อหาของบทสวดเป็นการแผ่เมตตาความรัก ปรารถนาดีแก่เหล่าเทวดาในป่าและแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายซึ่งท่านก็จะมีไมตรีจิตตอบและถวายการอารักขาให้ผาสุกกัน จึงกลายเป็นธรรมเนียมว่าเมื่อผ่านศาลเจ้าเทพารักษ์หรือไม้วนปติ ที่มีชนนับถือพึงให้ภิกษุเจริญสามีจิกรรมเจริญเมตากรียสูตร…บ้างเรียกมนต์ขับผี ปัจจุบันนำไปสวดรวมกับเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน เรารับฟังเนืองๆแต่ไม่เข้าใจความหมาย บทนี้ใช้ได้ดีทีเดียวเวลาไปนอนป่าหรือที่ไม่คุ้นชินทำให้นอนหลับง่ายและทำให้จิตสงบได้

แก้ไขล่าสุด omega เมื่อ 8/2/2011 04:43

แปล

บุคคลพึงเจริญเมตตามีในใจ ไม่มีประมาณไปในโลกทั้งสิ้น ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องเฉียง เป็นธรรมอันไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น ยืนอยู่ก็ดี เดินไปก็ดี นั่งแล้วก็ดี นอนแล้วก็ดี เป็นผู้ปราศจากความง่วงนอนเพียงใด ก็ตั้งสติอันนั้นไว้เพียงนั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าว กิริยาอันนี้ว่า เป็นพรหมวิหาร ในพระศาสนานี้ บุคคลที่มีเมตตา ไม่เข้าถึงทิฏฐิ เป็นผู้มีศีลถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ (คือ โสดาปัตติมรรค) นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก ย่อมไม่ถึงความนอน (เกิด) ในครรภ์อีกโดยแท้ทีเดียวแล




***บทสวดบทนี้เรียกได้ว่าเป็นบทสวด มหาเมตตา เลยก็ว่าได้ เวลาเราไปพักค้างคืนที่ไหน แล้วเราอยากให้พักค้างคืนไม่ให้มีอะไรมาก่อกวน

เป็นบทสวดมนต์สมัยพุทธกาลที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน พระพุทธเจ้าได้มอบไว้ให้ โดยมีอิทธิฤทธ์ให้เทพพยาดา เจ้าที่ เจ้าป่าเจ้าเขา หรือภูต ผี ปีศาจ ๆ ให้ความเมตตา ศักดิ์สิทธิ์มาก
ใช้สวดภาวนาเพื่อสร้างความเมตตา แผ่ให้บรรดาภูตผี ปีศาจ บ้านไหนเจ้าที่เจ้าทางแรง อย่าหาอาจารย์มาขับไล่ท่าน เพราะท่านอยู่มาก่อนเรา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าที่คริสต์ อิสลาม พุทธ สามารถสวดแผ่ไปให้ท่านได้ทั้งสิ้น ขอให้สวดบทนี้มากๆ แล้วท่านจะรักเรา ช่วยคุ้มครอง ดูแลบ้านเรือนให้ปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง

สุขํ สุปติ พุทฺโธ จ เยน เมฺตตา สุภาวิตา
ผู้เจริญเมตตาดีแล้วย่อมหลับและตื่นเป็นสุข

TOP

สุดยอดเลยอ่ะ
ด้วยรักและศรัทธา และความเชื่อมั่น

TOP

ผมก็สวดบทนี้ทุกวันครับ

TOP

คาถาขับไล่ผีได้  แล้วมีผลกับกุมารสายพรายด้วยมั๊ยคะ

TOP

ตอบกลับ 5# smile123


    ไม่คับ เป็นเหมือนบทแผ่เมตตาให้ภูต ผี เทวดาทั้งหลาย ให้มีความเมตตาต่อเรา ถ้าภาวนามากๆเค้าก็จะรักเราคุ้มครองเราอะคับ

TOP

ตอบกลับ 4# pongpong


    ผมก็สวดแต่สวดแบบย่อ

TOP


ขอรับไปใช้ละนะครับ

TOP

กลับไปรายการกระดาน